ร่วมสร้างพลังแห่งการฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคม
(TOWARDS A RESILIENT SOCIETY)

คลังความรู้

โครงการพัฒนาผู้นำเครือข่ายการศึกษาไร้พรมแดน

ความเป็นมา
ในภาวะปัจจุบันที่จังหวัดเชียงรายได้รับการพิจารณาอนุมัติจากรัฐบาลนี้ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและปัญหาสังคมอันซับซ้อนเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายของประชากรไปมาของประเทศในแถบอาเซียน หนึ่งในปัญหาสังคมที่สำคัญแต่มักจะถูกมองข้ามจากภาครัฐและภาคธุรกิจคือ การทำงานส่งเสริมด้านการศึกษา การปกป้องสิทธิเด็ก การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภายในทั้งด้านสติปัญญา สุขภาพกายและจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชนตามแนวตะเข็บชายแดนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรับมือกับผลกระทบและหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวมูลนิธิบ้านครูน้ำได้มองเห็นความสำคัญในการทำงานเชิงระบบแบบบูรณาการร่วมกับเครือข่ายในการจัดการศึกษาไร้พรมแดนเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้รับสิทธิด้านการศึกษาและการพัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศอาเซียน โดยมีจุดประสานงานที่บ้านฝึกบินและเรือนอโรคยาเป็นพื้นที่ปฏิบัติการพัฒนาและช่วยเหลือเด็กและเจ้าหน้าที่ในเครือข่ายในการฝึกเป็นผู้นำขับเคลื่อนการศึกษาไร้พรมแดนที่เกื้อกูลต่อความเป็นมนุษย์ที่มีน้ำใจในการช่วยเหลือกันของคนในสังคมอย่างเข้าถึง เข้าใจ และเกิดพัฒนาอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานของมูลนิธิบ้านครูน้ำ มุ่งเน้นการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายหลักคือเด็กเร่ร่อนตะเข็บชายแดน อำเภอแม่สายและอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยดำเนินงานภายใต้ชื่อมูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก จังหวัดเชียงราย มาเป็นเวลาสิบสี่ปี ทำงานบนพื้นฐานเรื่องสิทธิเด็กช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนขอทานที่สะพานข้ามแม่น้ำสาย ชายแดนด้านเหนือสุดของประเทศไทยที่ติดกับประเทศเมียนมาร์ ที่เข้ามารับบริการมากกว่าห้าร้อยคน ส่วนหนึ่งได้รับการศึกษา จนบางคนสามารถเรียนจบปริญญาตรีและกลับมาเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิและบางคนก็ทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลืองานมูลนิธิในระหว่างเรียนไปด้วย ปัจจุบันทางมูลนิธิบ้านครูน้ำได้ดูแลเด็กที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน ๑๒๔ คน
ในช่วงสองปีที่ผ่านมามีเด็กประมาณ ๑๕ % ได้หลุดออกไปจากระบบการดูแลของมูลนิธิ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเด็กที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นที่อยู่กับมูลนิธิมานาน ต้องการใช้ชีวิตอิสระแต่ก็ไม่สามารถหางานสุจริตทำได้ง่ายเพราะไม่มีบัตรประชาชนเพื่อแสดงตน เนื่องจากเป็นเด็กไร้สถานะ บางคนครอบครัวดึงกลับสู่วงจรชีวิตเดิมในเรื่องยาเสพติด ค่อนข้างเลวร้าย เพราะจากการที่ได้ลงพื้นที่ของครูข้างถนนในชุมชนของเด็กๆ กลุ่มนี้ เห็นชัดเจนว่าทั้งชุมชนเต็มไปด้วยยาเสพติด ตั้งแต่พ่อแม่ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมรอบข้าง พ่อแม่มุ่งแต่สูบยาโดยไม่ได้ดูแล และไม่ได้สั่งสอนอะไรแก่เด็กเลย อีกทั้งยังใช้เด็กเหล่านี้เป็นทางผ่านของการซื้อขายยาเสพติด ใช้ให้ขอเงินบนสะพานเพื่อนำเงินไปซื้อยา จะเห็นได้ชัดว่าเด็กๆ เหล่านี้มีความเสี่ยงตลอดเวลาในการที่จะเข้าสู่กระบวนการค้าหรือเสพยาเสพติด อาชญากร และตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ นอกจากนี้เด็กบางคนมีปัญหากับกฎระเบียบและการดูแลที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็มีความเครียดสะสมจากการทำงานในสถานการณ์ที่กดดันทุกวันต้องดูแลเด็กและแม่ที่มารับการบำบัดยาเสพติดที่มีปัญหาพฤติกรรมการลักขโมย และการใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่เองก็ต้องการการเยียวยาทางด้านสุขภาพกายและใจเพื่อให้ตนเองมีความสุขและพัฒนาการทำงานในแต่ละวันให้ดีขึ้น
จากการที่ได้ทดลองดูแลกลุ่มเด็กที่หลุดออกมาจากมูลนิธิ จำนวน ๓ คน โดยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเกือบหนึ่งปีที่บ้านฝึกบินและเรือนอโรคยา ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม บำบัดและเยียวยาทางด้านจิตใจและให้การศึกษาไร้พรมแดนแบบนอกระบบตามอัธยาศัยควบคู่กับการทำงานฝึกอาชีพที่สุจริต พบว่า นอกจากการศึกษาที่เราไม่ได้เน้นว่าเด็กต้องเก่งหรือใช้มาตรฐานการศึกษาเป็นตัวชี้วัด แต่เราทำโดยหวังคือ การรู้ทักษะการดำเนินชีวิตในสังคมเพื่อไม่ให้เป็นที่ดูถูกหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถอ่านออกเขียนได้ และการที่สามารถใช้ความรู้ไปสู่การมีงานทำ การดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพและมีคุณธรรมพื้นฐาน สะอาด ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ และกตัญญู ซึ่งการมีพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเป็นสถานที่ทำงานที่เด็กๆ สามารถพัฒนาจินตนาการและความเป็นผู้นำได้อย่างเต็มที่โดยมีผู้ใหญ่ใจดีที่เข้าใจในกระบวนการพัฒนาศักยภาพผู้นำและให้โอกาสช่วยกระตุ้นและเติมเต็มในส่วนที่ขาดคือความรัก ความอบอุ่น เปรียบเสมือนครอบครัวทดแทนของเด็กที่ขาดหายไปได้ช่วยสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงคุณค่าและศักยภาพของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ซ่อนอยู่ภายในตนเองและนำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ
๑.เพื่อมีพื้นที่ปลอดภัยในการดูแลเยียวยาคนทำงานเพื่อสังคมให้มีสุขภาพกายและใจพร้อมรองรับการทำงานเชิงระบบแบบบูรณาการในการจัดการศึกษาไร้พรมแดนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดเชียงราย ไปพร้อมๆกับการพัฒนาเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
๒. เพื่อเป็นเวทีประสานความร่วมมือของเครือข่ายคนทำงานชายแดนในจังหวัดเชียงราย เพื่อทำงานร่วมกันแบบบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐและหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย การศึกษา และสาธารณสุข ให้เกิดความเข้าใจและสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกันเพื่อผลประโยชน์โดยรวมของประเทศไทย

กลวิธีในการดำเนินงาน
๑. ประชุมปรึกษาหารือเพื่อเขียนโครงการของบประมาณสนับสนุนการดำเนินงาน
๒.สร้างพื้นที่ปลอดภัยในนามเครือข่ายคนทำงานการศึกษาไร้พรมแดน โดยมีบ้านฝึกบินและ
เรือนอโรคยา เป็นสถานที่ดูแลเยียวยาสุขภาพคนทำงานในเครือข่ายและเป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานแก่เด็กๆ ที่หลุดจากมูลนิธิที่ไร้สถานะ และแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อป้องกันการตรวจจับหรือปรับในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเนื่องจากไม่มีบัตรแสดงตนว่าเป็นคนไทยหรือมีพาสปอร์ตในการเดินทางเข้าประเทศ
๓. จัดเวทีระดมสมองของเครือข่ายคนทำงานการศึกษาไร้พรมแดนบนพื้นฐานสิทธิเด็กเพื่อให้เกิดรูปธรรมของความร่วมมือในการดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความรู้ให้กับเด็กกลุ่มเป้าหมายและเชื่อมโยงกับระบบการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย เพื่อให้มีการลงทะเบียนรับรองว่าเด็กที่อยู่ในบ้านฝึกบินและศูนย์เรียนรู้ของเครือข่ายกำลังศึกษาอยู่ในพื้นที่และความดูแลของมูลนิธิหรือองค์กรเครือข่ายที่เข้าร่วม
๔.นำเสนอเรื่องราวการดำเนินงานบ้านฝึกบินและเรือนอโรคยาผ่านสื่อมวลชนในด้านบวกเพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเกื้อกูลและเยียวยาคนทำงานเพื่อสังคมและให้โอกาสทางการศึกษาไร้พรมแดนแก่เด็กที่อยู่อาศัยตามตะเข็บชายแดน โดยเฉพาะเด็กเร่ร่อน ไร้สถานะและด้อยโอกาส ซึ่งมีโอกาสในการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ได้ง่ายหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมและครบวงจร

ระยะเวลาในการดำเนินงาน
เดือนสิงหาคม-ธันวาคม ๒๕๕๘
กลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๑๐๐ คน แบ่งออกเป็น
เครือข่ายชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔๐ คน
พ่อแม่ผู้ปกครอง ๓๐ คน
เยาวชน ๓๐ คน

วิทยากรหลัก
ชื่อ นางสาวทองพูล บัวศรี ตำแหน่ง ผู้ประสานงานโครงการบ้านอุปถัมภ์เด็ก
องค์กร มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

ผู้ประสานงานโครงการ
ชื่อ นางแววรุ้ง สุบงกฎ
ตำแหน่ง นักวิจัย
ที่อยู่ ๔๓ หมู่ ๙ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย
เบอร์โทร อีเมล 0949955539, 0941855679 vawrung@gmail.com

รายชื่อเครือข่ายชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชนและสถานศึกษาเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ
๑.ศูนย์พัฒนาครอบครัวตำบลโป่งงามและผู้นำชุมชน
๒.มูลนิธิบ้านครูน้ำ
๓.ศูนย์คาทอลิกพระวิสุทธิวงศ์
๔.มูลนิธิบ้านดอยแด่น้อง
๕.วิทยาลัยอาชีวศึกษาแม่สาย

รายชื่อเครือข่ายองค์กรภาครัฐที่เชิญเข้าร่วมโครงการฯ
๑. โรงเรียนเครือข่ายในตำบลโป่งงามจำนวน ๗ โรงเรียน
๒. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลโป่งงาม
๓.โรงพยาบาลแม่สาย
๔. โรงพยาบาลเชียงแสน
๕. โรงพยาบาลเชียงของ
๖. องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม
๗.. กองทุนพัฒนาสตรีตำบลโป่งงาม
๘. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย
๙. สถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สาย
๑๐.สถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียงแสน
๑๑.สถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียงของ
๑๒.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่สาย
๑๓.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเชียงแสน
๑๔.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเชียงของ
๑๕.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเวียงแก่น
๑๖.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชียงราย
๑๗.วิทยาลัยการอาชีพจังหวัดเชียงราย
๑๘.สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย
๑๙.สำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอแม่สาย
๒๐.สำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอเชียงแสน
๒๑.สำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอเชียงของ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑.มีพื้นที่ปลอดภัยในการดูแลเยียวยาผู้ทำงานเพื่อสังคมให้มีสุขภาพดีทั้งกายใจในเรือนอโรคยาและเป็นบ้านฝึกบินให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพด้วยการศึกษาไร้พรมแดน
๒.มีเวทีระดมสมองเพื่อประสานงานการทำงานเชิงระบบแบบบุรณาการของเครือข่ายการศึกษาไร้พรมแดนที่องค์กรพัฒนาเอกชนและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่มีศักยภาพในการทำงานได้ประสานเชื่อมโยงกันในการจัดบริการทางสังคมได้อย่างรอบด้านและเป็นมิตร
๓.เกิดความตระหนักและให้ข้อมูลแก่ชุมชนและสังคมในการช่วยกันป้องกันและดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าถึงบริการเมื่อต้องการความช่วยเหลือ
๔.มีนโยบายด้านการศึกษาไร้พรมแดนที่มาจากการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในพื้นที่ที่สามารถจัดการศึกษาที่เกื้อกูลต่อความเป็นมนุษย์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดเชียงราย

DOWNLOAD

Tagged