ร่วมสร้างพลังแห่งการฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคม
(TOWARDS A RESILIENT SOCIETY)

แนะนำโครงการ

สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อประชาชนเริ่มตื่นตัวและสนใจความเป็นไปของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการเมืองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สภาวะดังกล่าวมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ข้ามพ้นสถานการณ์วิกฤต ดังที่ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี (๒๕๕๗) กล่าวไว้ว่า

ที่คนไทยจะมีฝันอันยิ่งใหญ่ถึงสังคมที่ดีงามอันเป็นที่พึงปรารถนาของทุกคน เป็นประเทศไทยยุคศรีอาริยะ ที่คนไทยสามารถรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ
เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดตามความฝันอันยิ่งใหญ่ได้จริง ... เป็นกระแสพลังแห่งจินตนาการใหม่ กระแสพลังทางสังคมใหม่ ที่จะเปิดประตูประเทศไทยไปสู่ยุคใหม่

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี (๒๕๕๗)


อย่างไรก็ตาม ความพยายามฟื้นฟูสังคมในช่วงที่ผ่านมา มักมุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถาบันในระดับมหภาค ซึ่งเปิดโอกาสให้พลเมืองในฐานะสมาชิกของสังคมเข้าร่วมเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูประเทศชาติได้อย่างจำกัด ส่งผลให้คนส่วนใหญ่จัดวางตนเองไว้ในฐานะผู้เฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงจากผู้นำแถวหน้า แทนที่จะลงมือกระทำหรือสร้าง “ภาวะการนำ” เพื่อการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ปัจเจกบุคคลไม่กล้าริเริ่มกระทำการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยตนเอง คือการไม่รู้ว่าตนมีศักยภาพภายในที่สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสังคม แต่ความตระหนักรู้ดังกล่าวก็เกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ขาดเครื่องมือและพื้นที่การเรียนรู้ที่เอื้อต่อการยกระดับศักยภาพภายใน ซึ่งเป็นต้นพลังของการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขวางและลึกซึ้งกว่าเดิม

โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โครงการ “เครือข่ายพัฒนาภาวะผู้นำแห่งองค์กรและสังคม” หรือชื่อย่อว่า “โครงการผู้นำแห่งอนาคต” กำเนิดขึ้นด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้และพัฒนาผู้นำและภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่ ที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันทางสังคม มีความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์ยากลำบาก และมีพลังนำพาสังคมให้ฟื้นตัวกลับสู่ความปกติสุขอย่างรวดเร็วและมั่นคง (Resilient Society)

“ผู้นำและภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่” ในบริบทโครงการนี้ หมายถึงสภาวะความเป็นผู้นำที่ให้คุณค่ากับศักยภาพและการพัฒนา “ด้านใน” (self-leadership) เพื่อก้าวข้ามมายาคติ ความคิด และความเชื่อเดิมๆ ของผู้นำเชิงอำนาจ หันกลับมาพัฒนาความสามารถเชิงการสะท้อนย้อนมองตนเอง (reflexivity) การเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง (connectivity) การเรียนรู้ใหม่และเปลี่ยนแปลงตนเอง (renewability) และความรับผิดชอบ (responsibility) ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น สังคม และสิ่งแวดล้อมรอบตัว สภาวะการนำแห่งอนาคตจึงเน้นความเป็นผู้นำแบบรวมหมู่และหลากหลาย (collective หรือ ecology of leadership) มีจิตสำนึกและความประพฤติที่ซื่อตรง มุ่งประโยชน์สุขของส่วนรวม (ethical leadership) และสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างมีพลัง (transformative leadership) ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม

“โครงการผู้นำแห่งอนาคต” ประกอบด้วยภารกิจ ๓ ด้านคือ

สานพลังเครือข่ายผู้นำที่มุ่งมั่นและเรียนรู้ร่วมกัน (Synergy of Network and Platform)

โดยเปิดพื้นที่ เสวนาผู้นำแห่งอนาคต เพื่อเชื่อมโยงให้องค์กรที่สนใจเรื่องการพัฒนาศักยภาพผู้นำในหลายระดับและมิติของสังคม มาร่วมหารือและพัฒนาเจตจำนงร่วมกันในการสร้างระบบเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาผู้นำและภาวะการนำเพื่อฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคม

กิจกรรมอีกด้านหนึ่งของภารกิจนี้คือการจัด เวทีร่วมเรียนรู้ผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่ สำหรับผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่าย บนฐานของการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการสร้างเสริมศักยภาพการนำกระบวนทัศน์ใหม่ในบริบทต่างๆ ของสังคม รวมทั้งจัดทำชุดสาระความรู้เพื่อการทำงานพัฒนาในระยะยาว และหนุนเสริมให้ผู้ร่วมเวทีสามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเพื่อพัฒนางานร่วมกันต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ยังหนุนเสริมให้เกิด เครือข่ายการเรียนรู้ผู้นำแห่งอนาคต สำหรับภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญาของ สสส. และภาคประชาสังคม โดยเฉพาะผู้นำระดับท้องถิ่นหลากหลายประเด็นและพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาและเชื่อมโยงเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการทำงานและพัฒนาภาวะการนำของสังคมให้เข้มแข็งในระยะยาว

การจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรม (Knowledge Creation and Innovation)

โดยรวบรวม สังเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นผู้นำและภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่ ที่เหมาะสมสอดคล้องกับการฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคมในปัจจุบันและอนาคต ผ่านการทบทวนวรรณกรรมทั้งจากโลกตะวันตกและตะวันออก เพื่อประมวลองค์ความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การสำรวจข้อมูลและสร้างแผนที่ของหลักสูตร องค์กร ชุมชน และกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ที่สนใจการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศด้วยกระบวนทัศน์ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคล/องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม เช่น สื่อมวลชน ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรประชาสังคม หน่วยงานรัฐ หน่วยงานสาธารณสุข พระสงฆ์นักพัฒนา และภาคีเครือข่ายของ สสส. เป็นต้น รวมทั้งถอดบทเรียนและสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำ จากเครือข่ายองค์กรภาคีและเครือข่ายผู้จัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้นำทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ และการจัดประชุมวิชาการ ที่ออกแบบให้มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากการทำงานเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ชุมชนวิชาการตื่นตัวเรื่องผู้นำและภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่

การสื่อสารเพื่อสร้างจินตนาการใหม่ (Creative Communication for Social Change)

โดยสื่อสารแนวคิดเรื่องผู้นำและภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่เพื่อฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคมออกไปในวงกว้าง เพื่อสร้างจินตนาการใหม่ให้พลเมืองทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ผ่าน การสร้างคณะทำงานเชิงยุทธศาสตร์ และ เครือข่ายผู้นำด้านสื่อและการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อแสวงหาแนวทางส่งเสริมให้สื่อมวลชนเข้าใจเรื่องภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่ และสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำของสังคมด้วยศักยภาพดังกล่าว นอกจากนี้ยังสนับสนุนการผลิตสื่อสาธารณะ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้สมาชิกสังคมเห็นคุณค่าของการมีบทบาทร่วมเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูประเทศชาติ

นอกจากภารกิจทั้ง ๓ ด้านแล้ว “โครงการผู้นำแห่งอนาคต” ยังมุ่งหวังให้เกิดองค์กรที่ดำเนินงานเรื่องนี้ต่อเนื่องระยะยาว เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ รวมทั้งการปฏิบัติงานด้านผู้นำและภาวะการนำกระบวนทัศน์ใหม่ในสังคม เพื่อเป็นเสาหลักหนึ่งในการพัฒนา ฟื้นฟู และสร้างสรรค์ประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป จึงทำการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับกลไกเชิงสถาบันเพื่อจัดตั้งองค์กรวิชาการ เพื่อการนี้ด้วย